|
Tags:
Click here to add tags to this page.
Tags will help finding it later.
|
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | ธูปฤาษี วัชพืชที่บำบัดน้ำเสียได้ |
"ธูปฤาษี" วัชพืชที่บำบัดน้ำเสียได้
"ต้นธูปฤาษี"
วัชพืชที่มีคุณสมบัติช่วยในการบำบัดน้ำเสียได้
หากใครเคยสังเกตหนองน้ำที่เป็นพื้นที่รกร้า งว่างเปล่า
คงคุ้นเคยกับ “ต้นธูปฤาษี” ที่สูงท่วมหัว
หลายคนอาจมองว่าต้นธูปฤาษีเป็นวัชพืชที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว
และเจริญเติบโตแย่งพื้นที่ทำกิน พื้นที่ทำการเกษตร
หรือขวางกั้นการสัญจรทางน้ำ
และอาจกลายเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายนานาชนิด
แต่ใครจะรู้ว่า เจ้าวัชพืชที่ไม่มีใครต้องการนั้น
ได้กลายเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย
โครงการวิจัย
“การบำบัดน้ำเสียจากโรงงานฟอกย้อมด้วยต้นธูปฤาษี” โดย
น.ส.สุมล นิลรัตน์นิศากร มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
นักศึกษาปริญญาเอกจากบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
(JGSEE)และโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) เ
ป็นการวิจัยเพื่อคัดเลือกหาพืชที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพใช้ในการบำบัดน้ำเ
สียด้วยวิธีทางชีวภาพ
และจากการสังเกตแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ทำให้พบว่า
ต้นธูปฤาษีเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี
แม้อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเสียตามชุมชน
หรือตามบริเวณแหล่งน้ำหน้าโรงงาน เช่น โรงงานฟอกย้อม
จึงได้ทดลองคัดเลือกนำต้นธูปฤาษีมาทดสอบบำบัดน้ำเสียจากโรงงานฟอกย้อม
ที่มีปัญหาเรื่องค่าความเป็นด่างสูง
และมีลักษณะสีที่ไม่พึงประสงค์ของน้ำเสีย
น.ส.สุมล กล่าวถึงขั้นตอนการฟอกย้อมผ้าในโรงงานว่า
โดยปกติจะมีการลงแป้ง การเติมสารเคมีพวกเกลือโซเดียมซัลเฟต
และโซเดียมคาร์บอร์เนตลงไป
เพื่อปรับสภาพผ้าให้มีการย้อมสีที่ติดทนนาน
ทำให้น้ำเสียมีสภาวะความเป็นพิษสูง
โดยคุณภาพน้ำที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานฟอกย้อมจะมีลักษณะความเป็นด่าง
และความเค็มสูง
และเป็นน้ำเสียที่มีลักษณะสีที่ไม่พึงประสงค์
ซึ่งสีเหล่านี้จะมีความเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์ ทั้งนี้
จากการทดลองปลูกพืชหลายชนิดในน้ำเสียจากโรงงานฟอกย้อม พบว่า
ต้นธูปฤาษีมีความสามารถที่จะเจริญเติบโตและยังทำให้น้ำเสียในบริเวณนั้นมีคุ
ณภาพดีขึ้นได้
“โดยทั่วไปน้ำเสียที่ปล่อยจากโรงงานฟอกย้อมจะมีความเป็นด่างสูงประมา
ณ 10-11 เมื่อมีการทดสอบการบำบัดน้ำเสียโดยต้นธูปฤาษี
พบว่ามีความสามารถในการลดค่าพีเอชให้ลดลงเหลือเพียง 7-8
ซึ่งเป็นสภาพที่ใกล้ความเป็นกลางมาก นอกจากนี้
ลักษณะสีที่ไม่พึงประสงค์ที่ถูกปล่อยออกจากโรงงานหลังจากผ่านการบำบัดแล้ว
จะเห็นว่า
น้ำที่เคยมีสีแดงหรือสีน้ำตาลแดงจะมีลักษณะจางลง
จึงสรุปได้ว่า ต
้นธูปฤาษีมีศักยภาพในการลดค่าความเป็นกรดด่างของน้ำ
และสามารถปรับเปลี่ยนสีน้ำจากสีไม่พึงประสงค์ให้จางลง
และลดความเป็นพิษในน้ำได้ นอกจากนี้
ยังพบว่าธูปฤาษีมีความสามารถในการเจริญเติบโตในน้ำที่มีความเป็นเกลือสูงอีก
ด้วย”น.ส.สุมล กล่าว
ทั้งนี้ จากการศึกษาโครงสร้างภายในของต้นธูปฤาษี
ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดน้ำและธาตุอาหารดีเปรียบดังเซลล์ฟองน้ำ
(Spongy Cell) เมื่อทำการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ SEM-EDX
และXRD พบว่าภายในมีองค์ประกอบของหมู่ซิลิกอน
และหมูแคลเซียมปะปนอยู่
ซึ่งอาจเป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องในกลไกการดูดซับสี
และจากการวิเคราะห์องค์ประกอบของสีจากน้ำที่ผ่านการบำบัด
สามารถอธิบายได้ว่า
ต้นธูปฤาษีจะเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของสีที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง
และคาดว่าจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ
ภายในดินจะสามารถย่อยสลายโมเลกุลของสีให้หมดได้ต่อไป
อย่างไรก็ดี
แม้ว่าต้นธูปฤาษีจะมีศักยภาพในการบำบัดน้ำเสียได้จริง
แต่ก็ยังไม่ทราบกลไกหรือองค์ประกอบที่แน่ชัดว่า
มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดจับและลดความเป็นพิษของสี
จึงต้องมีการศึกษาลงลึกทางฟิสิกส์ –เคมี
เพื่อหาระยะห่างองค์ประกอบทางเคมีที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นหมู่ซิลิกอนกับโมเลกุลสี
หรือหมูแคลเซียมกับโมเลกุลสี
เพื่อพิสูจน์ว่ามีผลต่อการดูดซับสีอย่างไร
“ โครงการวิจัย
การบำบัดน้ำเสียจากโรงงานฟอกย้อมด้วยต้นธูปฤาษี”
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีความน่าใจ
เพราะนอกจากจะมีคุณสมบัติช่วยบำบัดน้ำเสียอย่างได้ผลแล้ว
ยังเป็นการนำวัชพืชที่ไร้ค่ามาทำให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย | | ee43.com | Aug 24, 2007 |
| | สภาพทั่วไปของธูปฤาษี |
ธูปฤาษี (Typha
angustifolia)
กกช้างหรือธูปฤาษี
เป็นพืชน้ำ ลักษณะคล้าย พืชพวกกก มีเหง้าใต้ดิน
แทงไหลแตกหน่อขึ้นเป็นหมู่ใหญ่
ในที่ลุ่มน้ำขังและชายขอบพรุ ใบเดี่ยว ออกสลับซ้อนชิดกัน
แผ่นใบเรียวแคบ ยาว 200-400 ซม. กว้าง 1-2 ซม.
ผิวใบเกลี้ยง ปลายใบแหลม โคนใบแผ่กว้างเป็นกาบหุ้มลำต้น
ช่อดอก ออกที่ปลายลำ ยาว 200-350 ซม. ดอกเล็ก
สีน้ำตาลแกมเหลือง ออกรวมชิดกันแน่นบนช่อรูปทรงกระบอก
คล้ายธูปขนาดใหญ่
กลุ่มของดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนก้านช่อเดียวกัน
กลุ่มของดอกตัวผู้อยู่ปลายก้าน ยาว 20-40 ซม.
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. กลุ่มดอกตัวเมีย ยาว 20-40
ซม.กว้าง 1.5-2 ซม. อยู่ต่ำกว่ากลุ่มดอกตัวผู้ 4-5 ซม.
ช่อผลมีขนสีขาวเป็นปุย เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3 ซม. (จำลอง
เพ็ง-คล้าย และคณะ, 2534)
| | dnp.go.th | Aug 24, 2007 |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | ประโยชน์จากธูปฤาษี | ประโยชน์จากธูปฤาษี 
แม้ว่าธูปฤาษีจะก่อให้เกิดโทษอย่างมากมายมหาศาล
แต่ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้างซึ่งหลายๆ คนอาจมองข้ามไป
- ธูปฤาษีช่วยป้องกันการพังทลายของดิน
เนื่องจากธูปฤาษีมีระบบรากที่ดี
-
ธูปฤาษีอาจช่วยทำให้วัฏจักรของแร่ธาตุอาหารในดินสมบูรณ์ขึ้นซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าในองค์ประกอบของส่วนต่างๆ
ของธูปฤาษีจะมีแร่ธาตุอาหารชนิดต่างๆ
ที่เกิดจากการดูดซึมเข้าไปเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต
และเมื่อธูปฤาษีตายลง หรืออาจแก่ตาย
หรือเกิดจากการกำจัดก็ตาม ก็จะมีการย่อยสลาย
(decomposition) จะทำให้แร่ธาตุอาหารกลับสู่ดิน
ทำให้สามารถเพาะปลูกได้
- ซากของธูปฤาษี สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมผิวดิน
(mulching) เพื่อลดการสูญเสียความชื้นออกจากผิวดิน
หรือลดการปะทะของน้ำฝนที่ตกลงมาก
วิธีเป็นการปฏิบัติในแปลงปลูกพืชยืนต้น พวกไม้ผลชนิดต่างๆ
- ธูปฤาษีที่ขึ้นตามธรรมชาติ อาจนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้
- ธูปฤาษีช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน
องค์ประกอบของธูปฤาษีนอกจากจะมีแร่ธาตุอาหารหลายชนิดแล้ว
องค์ประกอบอื่นๆ
สามารถให้ประโยชน์แก่ดินในแง่ของอินทรียวัตถุ (organic
matter) ได้ การไถกลบเศษซากธูปฤาษี
หรือการที่วัชพืชถูกกำจัดโดยเกษตรกรในช่วงแรกของการแก่งแย่งแข่งขันในพืชปลูก
ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุลงในดิน
ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่พืชปลูกโดยตรง
ประโยชน์ของธูปฤาษีในแง่ของการเพิ่มอินทรียวัตถุในดินนี้ก็เป็นกระบวนการเหมือนกับการทำปุ๋ยพืชสด
(green manure) โดยการไถกลบดิน
ประโยชน์ของธูปฤาษีนอกเหนือการเกษตร
- ใช้ธูปฤาษีเป็นวัสดุเชื้อเพลิง
- ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องใช้ต่าง เช่น
นำมามุงหลังคาบ้าน ทำฝาบ้าน
การสานชนิดต่างๆในทางหัตถกรรมพื้นบ้าน อุตสาหกรรมครัวเรือน
- ใช้ทำเยื่อกระดาษดังที่ได้กล่าวมาในเว็ปนี้
- ใช้เป็นปุ๋ยพืชสด หรือทำปุ๋ยหมักบำรุงดินได้
- ใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง
| | school.net.th | Aug 24, 2007 |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | ข่าวการบำบัดน้ำเสียด้วยธูปฤาษี |
"พระจอมเกล้าธนบุรี"วิจัย ใช้ต้น"ธูปฤาษี"บำบัดน้ำเสีย
ที่มา ข่าวสด วันที่ 29
พฤษภาคม 2006 |
"พระจอมเกล้าธนบุรี"วิจัย
ใช้ต้น"ธูปฤาษี"บำบัดน้ำเสีย
"ในปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานฟอกย้อมจำนวนมาก
ซึ่งถ้าน้ำเสียที่ปล่อยออกมาไม่ได้มีการบำบัดจะส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมอย่างมาก
เนื่องจากน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการฟอกย้อมมีสภาพความเป็นกรดเป็นด่างสูง
และมีสีที่ไม่พึงประสงค์"
"วิธีการบำบัดมีการใช้วิธีการต่างๆ มากมาย
การใช้ต้นธูปฤาษีมาบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานฟอกย้อมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและสามารถลดปริมาณสารเคมี"
นางสาวสุมล นิลรัตน์นิศากร นักศึกษาปริญญาเอก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
กล่าวถึงโครงการวิจัยนำต้นธูปฤาษี
มาบำบัดน้ำเสียจากโรงงานฟอกย้อมที่มีสภาพความเป็นด่างสูงก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมด้วยวัสดุราคาถูก
ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา และมีรองศาสตราจารย์
ดร.ไพทิพย์ ธีรเวชญาณ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ
เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
นางสาวสุมลเปิดเผยว่า
จากการทดลองโดยการปลูกต้นธูปฤาษีในน้ำเสียที่มาจากโรงงานฟอกย้อม
พบว่า
ต้นธูปฤาษีสามารถบำบัดน้ำเสียได้ และทำให้มีปริมาณสีลดลง
จึงต้องการศึกษาว่าต้นธูปฤาษี
ซึ่งเป็นพืชที่หาได้ง่ายทั่วไปสามารถกำจัดสีได้อย่างไร
และหลังจากที่ดูดสีเข้าไปอยู่ในพืชแล้ว
พืชมีกลไกอะไรที่สามารถทนทานน้ำทิ้งที่มีความเป็นด่างสูงและมีสีสูงได้
เพื่อศึกษาข้อมูลดังกล่าวจึงได้ใช้เครื่องมืออื่นในการวิเคราะห์
พบว่าธูปฤาษีมีองค์ประกอบที่มีหมู่ทางเคมีที่เกี่ยวข้องในการบำบัดสี
สีที่ถูกดูดซับไปจะถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง
ทำให้ต้องการทราบว่าโครงสร้างที่ลดลงไปนี้มีลักษณะองค์ประกอบทางเคมีอย่างไร
จึงเข้ามาใช้แสงซินโครตรอนที่ระบบลำเลียงแสง "BLB"
ของห้องปฏิบัติการแสงสยาม โดยใช้เทคนิค "X-ray Absorption Near
Edge Structure Spectroscopy" (XANES)
เพื่อที่จะดูโลหะที่เป็นองค์ประกอบของสีและของพืชว่ามีโลหะชนิดใดบ้างที่มีการจับโครงสร้างของสีแต่ละชนิด
และพืชมีองค์ประกอบอะไรที่ช่วยในการจับสีเหล่านั้น
ผลการวิเคราะห์บ่งชี้ว่า
หลังจากที่พืชดูดซับสีแล้วโครงสร้างของสีมีขนาดเล็กลงเมื่อใบของต้นธูปฤาษีหลุดร่วงลงไปสู่พื้นดินก็จะถูกจุลินทรีย์ในธรรมชาติย่อยสลายได้ง่ายเพราะโครงสร้างของสีมีขนาดเล็กลงแล้ว
จึงเป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม
ในอนาคตอาจมีการใช้เทคนิค "Extended X-ray Absorption Fine
Structure Spectroscopy" (EXAFS)
เพื่อศึกษาระดับลึกในโครงสร้างของสีที่สนใจกับองค์ประกอบของพืชว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไรมีการฟอร์มพันธะในลักษณะใดเพื่อในอนาคตจะได้ใช้ในการทำนายกลไกของพืชได้
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นของฟิสิกส์-เคมี
อันจะนำไปสู่การศึกษาในระดับที่เป็นชีวเคมีต่อไป |
| | onep.go.th | Aug 24, 2007 |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | การเอาธูปฤาษีไปเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ - - การทำกระดาษจากธูปฤาษี |
วิธีทำกระดาษจากธูปฤาษี
|
|
1.เตรียมธูปฤาษี |
|
2.นำธูปฤาษีไปหั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 1 นิ้ว
นำไปใส่ภาชนะที่ใช้ต้ม ใส่ธูปฤาษีหั่น 2
ก.ก.เติมน้ำประมาณ 7 ลิตร |
|
|
3.ใส่โซดาไฟ |
|
4.นำไปต้มประมาณ 2 ชั่วโมง
จะเห็นได้ว่าธูปฤาษีที่ต้มแล้วจะยุ่ย
|
|
|
5.แล้วนำมาล้างออกด้วยน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง |
|
6.นำมาฟอกขาวด้วยไอโดเจนเปอร์ออกไซด์ ที่ผสมสบู่
โซเดรียมซิลิเกต ต้มนานประมาณ 1/2 ชั่วโมง
จึงนำมาล้างออก |
|
|
7.นำมาย้อมด้วยสีย้อมผ้า ต้มนานประมาณ 1/2 ชั่วโมง
นำมาล้างออก |
|
8.นำมาตำให้ละเอียด เพื่อจะได้ปั่นง่ายขึ้น |
|
|
นำมาปั่นแล้วเทใส่อ่างที่ใช้เตะ |
|
9.ใช้มือตีปุยของธูปฤาษีให้กระจายๆ
ให้ทั่วเฟรมแล้วค่อยๆ ยกเฟรมที่อยู่ข้างล่างขึ้นทีละข้างให้ปุยธูปฤาษีไล่ระดับให้เต็มเฟรม |
 |
10.ยกขั้นตากแดด |
|
|
|
|
| | school.net.th | Aug 24, 2007 |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | สามารถที่เอามาสางทำเส้นใยได้ - - ผลงานวิจัยดีเด่น |
เครื่องสางเส้นใยกกช้าง (ธูปฤาษี)
Lesser Reedmace Weaving Machine |
ผู้รับผิดชอบโครงการ
- นายทรงศักดิ์ สมจักร์ นายศิลปชัย ศรีอุทัย นายณัฐพร
ชุมสมุย ผศ.สุรชัย บวรเศรษฐนันท์
- ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์
- โทร. 0-2470-9124 โทรสาร 0-2470-9111
|
หลักการและเหตุผล
- กกช้าง หรือ ธูปฤาษี เป็นวัชพืชที่ขึ้นตามหนองน้ำ บึง
และตามที่รกร้างว่างเปล่า หาได้ง่าย
และเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุหลายปี
นอกจากสามารถนำมาทำเป็นเครื่องจักรสานแล้ว
ยังพบว่าตรงส่วนใบของกกช้างมีเส้นใยจำพวกใยเซลลูโลสที่สามารถปั่นเป็นเส้นด้ายแล้วนำไปทอเป็นผืนผ้าได้
ซึ่งจะสามารถใช้แทนผืนผ้าจำพวกลินิน ผ้าฝ้าย
และผ้าสังเคราะห์
ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
และลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
วิธีการที่จะนำเอาเส้นใยของกกช้างมาใช้นั้น
จะใช้สารเคมีเป็นตัวกัดส่วนที่เป็นเปลือกหุ้มเส้นใยแล้วให้เหลือแต่เส้นใยไว้
จากนั้นใช้เข็มดึงแยกเอาเส้นใยออกมา
วิธีการนี้เส้นใยที่ได้ออกมาจะมีความเหนียวน้อยลง
เนื่องจากถูกสารเคมี และการแยกเส้นใยจะทำได้ช้า เสียเวลา
และต้นทุนในการแยกเส้นใยสูง
- จากการศึกษาพบว่าเส้นใยของใบกกช้าง (ธูปฤาษี)
จะอยู่ภายในใบ
และการใช้วิธีขูดผิวเพื่อแยกเอาเส้นใยออกจะไม่สามารถทำได้
เนื่องจากผิวของใบกกอ่อนและขาดง่าย
ส่วนวิธีการลอกเปลือกด้วยมือ
แล้วใช้เข็มแยกเอาใยออกนั้นจะใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง
ดังนั้นจึงสรุปและได้แนวทางการออกแบบคือ
ต้องผ่าใบออกเป็น 2 ซีก
ทำให้สามารถเปิดพื้นที่ในการสางเส้นใยได้โดยง่าย
ใบที่ผ่าแล้วส่งผ่านไปชุดแปรงสางเส้นใย
ที่ทำเป็นลูกกลิ้งเก็บเส้นใย
โดยมีแปรงลูกกลิ้งหลายชุดที่หมุนด้วยความเร็วต่างกัน
นอกจากจะเป็นตัวเก็บเส้นใยแล้วยังเป็นตัวลำเลียงอีกด้วย
ในส่วนของแปรงสางจะต้องออกแบบให้เหมาะสม
เพื่อให้สามารถนำเส้นใยที่ติดแปรงออกได้โดยง่ายหลังจากสางเสร็จแล้ว
และที่สำคัญกระบวนการต่าง ๆ
ต้องออกแบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
|
การนำผลงานไปใช้ประโยชน์
- การศึกษาเปรียบเทียบกับการสางเส้นใยแบบใช้มือ
กับการใช้เครื่อง ในระยะเวลาเท่ากัน ปรากฏว่า
การสางเส้นใยจากเครื่องได้ปริมาณมากกว่าการสางเส้นใยด้วยมือ
และความเสียหายของเส้นใยก็มีน้อยกว่า
เครื่องนี้เป็นเพียงเครื่องต้นแบบ
|
| | kmutt.ac.th | Aug 24, 2007 |
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
|
|
Sponsored Links
|